"ภาพหนึ่งภาพสามารถแทนคำพูดได้เป็น ล้านๆคำ" แต่กว่าที่เราจะมีภาพสวยๆ ให้ได้เห็นอย่างเช่นทุกวันนี้ ไปดูกันดีกว่าว่า กล้องถ่ายภาพในอดีตนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง เพราะทีม งาน "นายรอบรู้" (น้อย)
จะพาย้อนอดีตไปชมวิวัฒนาการของกล้องถ่าย ภาพของไทยที่ "พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ"
ก่อนที่ จะไปชมภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ขอเล่าประวัติความเป็นมาของการถ่ายภาพไทยให้ฟังคร่าวๆก่อน
ศิลปะและเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่นายดาแกร์ประดิษฐ์คิดค้นกระบวนการถ่ายภาพใน ฝรั่งเศสได้เพียง 6 ปี เท่านั้น
จากหลักฐานที่พบที่ศูนย์มิชชันนารี กรุงปารีส ทำให้ทราบว่า สังฆราชปาลเลอกัวซ์เป็นผู้ส่งกล้องแบบดาแกรจากปารีส และบาทหลวงอาร์นอร์ดีเป็นคนแรกที่นำกล้องนั้นเข้ามาที่กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคม 2388
และบาทหลวงลาร์นอดีนี่เองที่เป็นครูสอนถ่ายภาพคนแรก นับตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ไทยทรงสนพระราชหฤทัยในการถ่ายภาพทุกพระองค์ โดยเฉพาะในสมัยของรัชกาลที่ 5
ทรงจัดให้มีการประกวดการถ่ายรูปที่งานวัดเบญจมบพิตรในปี พ.ศ. 2448 (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่) งานใน ครั้งนั้น ส่งผลให้มีการตื่นตัวและขยายความสนใจด้านการถ่ายรูปจากราชสำนักไปสู่ประชาชน ในวงกว้างออกไป
ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์โปรดการถ่ายรูปเช่นกัน ในงานฤดูหนาวที่วังสราญรมย์ทรงเคยจัดตั้งสตูดิโอถ่ายรูปและลั่นไกด้วย พระองค์เอง ส่วนรัชกาลที่ 7 ทรงเป็นนักถ่ายรูปและนักสะสมกล้อง ดังจะเห็นได้จากกล้องที่พระองค์สะสมไว้
ซึ่งปัจจุบันได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำกล้องดัง กล่าวจำนวน 28 กล้องมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย
พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงสนพระราชหฤทัยและทรงพระปรีชาสามารถด้าน ศิลปะและเทคโนโลยีการถ่ายภาพอย่างยอดเยี่ม และทรงใช้การถ่ายภาพเพื่อบันทึกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ อยู่เสมอ
ในบางครั้งจะทรงขยายภาพด้วยเครื่องอัดภาพอัตโนมัติด้วยพระองค์เองด้วย นอกจากนั้นยังได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่วงการถ่ายภาพของประเทศเสมอมา
ใน ปัจจุบัน การถ่ายภาพได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเรา และเป็นงานอดิเรกของใครหลายคน คณาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการถ่ายภาพ จึงได้มีการจัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ" ขึ้น
เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพและกล้องถ่ายรูปสำหรับประชาชนทั่วไป และเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในมหามงคล สมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ

ในการนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้า ฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นองค์อุปภัมภ์ของพิพิธภัณฑ์ โดยเริ่มก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ในปี พ.ศ. 2531 แล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2534
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงเปิดพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญกล้องถ่ายภาพไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ใน วันที่ 19 กรกฎาคม 2534
พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ ตั้งอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยแบ่งการจัดแสดงเป็น 2 ห้อง
ห้องแรกตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของตึกเทคโนโลยีทางภาพ จัดแสดงวิวัฒนาการของการถ่ายภาพ และการถ่ายภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่นี่ท่านจะได้ชมกล้องตัวแรกของโลก ซึ่งเป็นกล้องจากประเทศฝรั่งเศส ภาพถ่ายภาพแรกของโลก อุปกรณ์ในห้องมืด กล้องวิดีโอสมัยต่างๆ
อุปกรณ์ในสตูดิโอ วิวัฒนาการของกล้องยี่ห้อต่างๆ เช่น Nikon, Canon, Fuji and Kodak กล้องโพรารอยด์ ไปจนถึงกล้องดิจิตอล การแสดงธรรมชาติของแสงและสีซึ่งเป็นพื้นฐานของศิลปะการถ่ายภาพ เป็นต้น

กว่าจะมาเป็นกล้องดิจิตอลขนาดพกพาให้เราได้ ใช้กันอย่างทุกวันนี้ ต้องผ่านการเวลาและการสร้างสรรค์ออกแบบกล้องมาเป็นเวลายาวนานพอสมควร แม้ว่าจมีเครื่องมือที่สะดวกอย่างนี้ใช้แล้ว แต่การถ่ายภาพแต่ละครั้ง ภาพทุกภาพก็ควรจะเป็นภาพที่ใช้ได้

ส่วนที่สองของพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 เป็นส่วนของการจัดแสดงภาพถ่ายที่ส่งประกวด ซึ่งขณะนี้กำลังจัดแสดงภาพประกวดในหัวข้อ "บ้านเมืองของเรา" ซึ่งภาพแต่ละภาพที่นำมาจัดแสดงนั้น ฝีมือเยี่ยมยอดมากๆ ไม่เชื่อ ลองดูภาพกันเลย
ข้อมูลทั่วไป
- เปิดวันจันทร์-ศุกร์
- เวลา 09.00-16.00 น.
- ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท นักเรียน, นักศึกษา 10 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
- โทร. 0-2218-5581-2
การเดินทาง
- รถประจำทางสาย 25, 40, 47, 113, 159, ปอ. 25, 172, 529
- รถไฟฟ้า ลงสถานีสยาม
- รถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีสามย่าน แล้วต่อรถประจำทาง เรื่องและภาพ :
ทีมงาน "นายรอบรู้" (น้อย)